2027 Kawasaki KLX150SM และ KLX150SM SE เปิดตัวแล้วในอินโดนีเซีย เปลี่ยนสีใหม่ แต่ยังคงความสนุกในการขับขี่เหมือนเดิม
- mediamotogroup
- 4 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

Kawasaki Motor Indonesia เปิดตัว Kawasaki KLX150SM และ KLX150SM SE รุ่นปี 2027 อย่างเป็นทางการ โดยยังคงจุดเด่นของรถซูเปอร์โมโตขนาดเล็กที่ขี่ง่าย น้ำหนักเบา และเหมาะกับการใช้งานทั้งในเมืองและการขับขี่แบบสไตล์สปอร์ต พร้อมเพิ่มความสดใหม่ด้วยชุดสีและกราฟิกใหม่ ขณะที่เครื่องยนต์ อุปกรณ์หลัก และราคาจำหน่ายยังคงเดิม
แม้จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคครั้งใหญ่ แต่การรีเฟรชสีในครั้งนี้ก็ช่วยให้ KLX150SM ดูทันสมัยและดุดันมากขึ้น พร้อมรักษาความนิยมในตลาดอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถตระกูล KLX
Kawasaki KLX150 Series ยังเป็นรุ่นยอดนิยมในอินโดนีเซีย
หากพูดถึงรถตระกูล KLX ของ Kawasaki ในแต่ละภูมิภาค จะพบว่ามีการทำตลาดแตกต่างกันออกไป
ประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่าย KLX230 เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยอากาศ
สหรัฐอเมริกาและบางประเทศ ใช้ KLX300 และ KLX250 เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ
ส่วนประเทศอินโดนีเซีย ยังคงมี KLX150 Series ซึ่งใช้เครื่องยนต์สูบเดี่ยว 144 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ เป็นรุ่นเริ่มต้นสำหรับผู้ที่ต้องการรถออฟโรดและซูเปอร์โมโตที่เข้าถึงได้ง่าย
ก่อนหน้านี้ Kawasaki เพิ่งเปิดตัว KLX150 XPL รุ่นปี 2027 ไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และล่าสุดก็ถึงคิวของ KLX150SM และ KLX150SM SE ที่ได้รับการอัปเดตรุ่นปีใหม่ตามมา
เครื่องยนต์ 144 ซีซี ขี่ง่าย ดูแลง่าย
แม้จะเป็นรุ่นปี 2027 แต่ Kawasaki ยังคงใช้พื้นฐานเดิมที่ได้รับการพิสูจน์เรื่องความทนทานและค่าบำรุงรักษาที่ไม่สูง
เครื่องยนต์เป็นแบบ
สูบเดียว 4 จังหวะ
ความจุ 144 ซีซี
SOHC 2 วาล์ว
ระบายความร้อนด้วยอากาศ
ระบบจ่ายน้ำมันแบบคาร์บูเรเตอร์ Keihin NCV24
เกียร์ธรรมดา 5 สปีด
เครื่องยนต์ชุดนี้ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานทั่วไป เน้นแรงบิดในรอบต่ำ ขี่ง่าย เหมาะทั้งผู้เริ่มต้นและผู้ที่ต้องการรถน้ำหนักเบาสำหรับใช้งานทุกวัน
ช่วงล่างสไตล์ Supermoto พร้อมลุยทุกเส้นทาง
KLX150SM ยังคงใช้โครงสร้างแบบ Steel Perimeter Frame พร้อมระบบกันสะเทือนที่ให้ความคล่องตัวสูง
ประกอบด้วย
โช้กหน้า Upside Down ขนาด 35 มม. ระยะยุบ 175 มม.
โช้กหลังเดี่ยว Uni-Trak ระยะยุบ 192 มม. ปรับพรีโหลดได้
ดิสก์เบรกหน้า 300 มม.
ดิสก์เบรกหลัง 200 มม.
ล้อซี่ลวดขนาด 17 นิ้ว หน้า-หลัง
ด้วยล้อขนาด 17 นิ้ว จึงให้บุคลิกการขับขี่แบบ Supermoto ที่เข้าโค้งคล่องตัว และเหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนดำมากกว่ารถออฟโรดทั่วไป
KLX150SM SE เพิ่มอุปกรณ์พรีเมียมจากโรงงาน
สำหรับผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ครบมากขึ้น Kawasaki ยังคงมีรุ่น KLX150SM SE (Special Edition) ซึ่งได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมจากโรงงาน ได้แก่
หน้าจอเรือนไมล์ Full Digital
Hand Guard
Skid Plate
ไฟหน้า LED
โช้กหน้า USD สีทอง
กราฟิกและชุดสีเฉพาะรุ่น
แม้อุปกรณ์จะเพิ่มขึ้น แต่ตัวรถมีน้ำหนักมากกว่ารุ่นมาตรฐานเพียง 1 กิโลกรัม เท่านั้น
สเปก Kawasaki KLX150SM 2027
รายการ | รายละเอียด |
เครื่องยนต์ | สูบเดียว 144 ซีซี SOHC 2 วาล์ว |
ระบบระบายความร้อน | อากาศ |
ระบบจ่ายน้ำมัน | คาร์บูเรเตอร์ |
ระบบเกียร์ | 5 สปีด |
ความสูงเบาะ | 840 มม. |
น้ำหนัก | 119 กก. |
ราคา | 39.10 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย |
สเปก Kawasaki KLX150SM SE 2027
รายการ | รายละเอียด |
เครื่องยนต์ | สูบเดียว 144 ซีซี SOHC 2 วาล์ว |
ระบบระบายความร้อน | อากาศ |
ระบบเกียร์ | 5 สปีด |
ความสูงเบาะ | 840 มม. |
น้ำหนัก | 120 กก. |
ราคา | 41.50 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย |
สีใหม่ของ Kawasaki KLX150SM รุ่นปี 2027
KLX150SM Standard
Ebony
KLX150SM SE
Bright White
Neon Green / Ebony
Battle Gray
การอัปเดตครั้งนี้เน้นการเพิ่มความสดใหม่ให้กับตัวรถผ่านสีและกราฟิกใหม่ โดยเฉพาะรุ่น Bright White ที่ให้ภาพลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากรุ่นก่อนหน้า และยังมีสีเขียวเอกลักษณ์ของ Kawasaki รวมถึงสี Battle Gray ที่ให้ความรู้สึกดุดันมากขึ้น
ราคาจำหน่าย (อินโดนีเซีย)
KLX150SM ราคา 39.10 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือประมาณ 78,000–80,000 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
KLX150SM SE ราคา 41.50 ล้านรูเปียห์อินโดนีเซีย หรือประมาณ 83,000–85,000 บาท
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย ยังไม่รวมภาษีนำเข้าและค่าใช้จ่ายหากมีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
แม้ Kawasaki KLX150SM และ KLX150SM SE รุ่นปี 2027 จะไม่ได้รับการอัปเกรดด้านเครื่องยนต์หรือเทคโนโลยีใหม่ แต่การรีเฟรชสีและกราฟิกช่วยให้รถดูทันสมัยมากขึ้น ขณะที่จุดเด่นอย่างเครื่องยนต์ 144 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศ น้ำหนักเบา ช่วงล่างแบบ Supermoto และความคล่องตัวในการใช้งานยังคงเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้
สำหรับแฟน ๆ หลายคนอาจคาดหวังการอัปเกรดไปสู่ระบบหัวฉีดหรือเทคโนโลยีใหม่ในอนาคต แต่สำหรับรุ่นปี 2027 Kawasaki ยังคงเลือกใช้พื้นฐานเดิมที่ได้รับการพิสูจน์เรื่องความทนทาน พร้อมเพิ่มความสดใหม่ผ่านสีตัวถังใหม่ เพื่อรักษาความน่าสนใจของรถในตลาดอินโดนีเซียต่อไป
















































ความคิดเห็น