top of page
  • Facebook
  • TikTok
  • Instagram
  • Line
  • Youtube

Ducati Desmo250 MX เปิดตัวอย่างเป็นทางการ! โมโตครอส 250 ซีซี เครื่องยนต์ Desmodromic หนึ่งเดียวในคลาส เรดไลน์สูงถึง 15,000 รอบ/นาที

  • รูปภาพนักเขียน: mediamotogroup
    mediamotogroup
  • 19 มิ.ย.
  • ยาว 1 นาที

Ducati เดินหน้ารุกตลาดรถออฟโรดอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว Desmo250 MX โมโตครอสรุ่นใหม่สำหรับปี 2027 (MY27) อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้สร้างกระแสฮือฮากับ Desmo450 MX มาแล้ว โดยครั้งนี้ Ducati ยังคงสร้างความแตกต่างด้วยการนำเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง Desmodromic Valve System มาติดตั้งในรถโมโตครอสคลาส 250 ซีซี จนกลายเป็นรถรุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่ใช้ระบบวาล์วลักษณะนี้



Desmo250 MX ถูกพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ในสนามแข่งจริง โดยมี Alessandro Lupino นักแข่งชาวอิตาเลียนร่วมพัฒนาและทดสอบรถในรายการ Italian Prestige MX2 Championship ก่อนจะถูกถ่ายทอดสู่รถโปรดักชันที่พร้อมลงสนามแข่งขันได้ทันที ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 103 กิโลกรัม (ไม่รวมเชื้อเพลิง) และมาพร้อมจุดขายสำคัญอย่างรอบเครื่องยนต์สูงสุดหรือเรดไลน์ที่ทะลุถึง 15,000 รอบต่อนาที



หัวใจของรถคือเครื่องยนต์สูบเดียว 4 จังหวะ DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ขนาด 249.7 ซีซี ที่ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดเดียวกับรถซูเปอร์ไบค์ของค่าย โดยเลือกใช้ขนาดกระบอกสูบและช่วงชัก 81 x 48.4 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับ Ducati Panigale V4 R ส่งผลให้เครื่องยนต์มีลักษณะเป็นแบบช่วงชักสั้นพิเศษ (Ultra Short-Stroke) สามารถตอบสนองได้รวดเร็วและลากรอบได้สูงกว่ารถโมโตครอส 250 ซีซี ทั่วไป


เครื่องยนต์ชุดนี้ให้กำลังสูงสุด 44.5 แรงม้า ที่ 12,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 28.3 นิวตันเมตร ที่ 8,800 รอบต่อนาที พร้อมอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 14.5:1 ขณะที่ระบบ Desmodromic ช่วยให้สามารถใช้แคมชาฟต์ที่มีโปรไฟล์ดุดันและยกวาล์วได้สูงกว่าระบบสปริงวาล์วแบบดั้งเดิม ส่งผลให้เครื่องยนต์ยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้อยู่ในรอบสูง


ด้านชิ้นส่วนภายใน Ducati จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีระดับรถแข่ง ไม่ว่าจะเป็นวาล์วไอดีไทเทเนียม Rocker Arm และสลักลูกสูบเคลือบ DLC ลูกสูบแบบ Box-in-Box รวมถึงเพลาข้อเหวี่ยงและก้านสูบที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดแรงเสียดทานและเพิ่มความทนทาน โดยเครื่องยนต์ทั้งชุดมีน้ำหนักเพียง 24.7 กิโลกรัมเท่านั้น



ระบบจ่ายเชื้อเพลิงเลือกใช้หัวฉีดจาก KEIHIN ทำงานร่วมกับลิ้นเร่ง Mikuni ขนาด 44 มิลลิเมตร และกรองอากาศ Twin-Air ขณะที่ระบบไอเสียได้รับการออกแบบใหม่พร้อม Resonator และผ่านมาตรฐานเสียงของ FIM 2025


ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์ 5 สปีดที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ Desmo250 MX พร้อมติดตั้ง Quick Shift สำหรับเปลี่ยนเกียร์ขึ้นโดยไม่ต้องกำคลัตช์เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงคลัตช์ไฮดรอลิกแบบหลายแผ่นและดรัมเกียร์อะลูมิเนียมที่ช่วยลดแรงเฉื่อยในการทำงาน


อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือแพ็กเกจอิเล็กทรอนิกส์ที่ยกเทคโนโลยีมาจาก Desmo450 MX ไม่ว่าจะเป็น Power Modes, Riding Modes, Launch Control, Engine Brake Control, Quick Shift และ Ducati Fall Detection


จุดเด่นที่สุดคือระบบ Ducati Traction Control (DTC) ที่ Ducati กำลังอยู่ระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร โดยระบบสามารถวิเคราะห์การลื่นไถลของล้อหลังจากข้อมูลรอบเครื่องยนต์ ตำแหน่งเกียร์ องศาคันเร่ง และเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก่อนจะปรับการจุดระเบิดเพื่อควบคุมแรงฉุดอย่างแม่นยำ Ducati ระบุว่าระบบดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดแนวคิดมาจากเทคโนโลยีที่ใช้ใน MotoGP และ World Superbike พร้อมเผยว่าการทดสอบสามารถช่วยลดเวลาต่อรอบได้ประมาณ 0.3-1.6 วินาที ขึ้นอยู่กับทักษะของผู้ขับขี่


นอกจากนี้ Ducati ยังนำระบบ Predictive Maintenance Algorithm ที่พัฒนาจากประสบการณ์ในสนามแข่งมาใช้กับ Desmo250 MX โดยระบบจะวิเคราะห์รูปแบบการใช้งานจริงผ่านแอปพลิเคชัน X-Link เพื่อคำนวณระยะการบำรุงรักษาแบบไดนามิก ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถวางแผนการดูแลรักษารถได้อย่างแม่นยำมากขึ้น


สำหรับระยะเซอร์วิสเบื้องต้น Ducati ระบุให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 15 ชั่วโมง ขณะที่การตรวจเช็กวาล์วและเปลี่ยนลูกสูบจะอยู่ที่ประมาณ 45-60 ชั่วโมง และการโอเวอร์ฮอลเครื่องยนต์เต็มระบบจะอยู่ที่ 90-120 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของแต่ละคน


การเปิดตัว Desmo250 MX ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Ducati ในตลาดโมโตครอสระดับโลก โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยี Desmodromic และระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่พัฒนาจากสนามแข่งระดับสูงมาสู่รถในคลาส 250 ซีซี ซึ่งอาจกลายเป็นหนึ่งในคู่แข่งที่น่าจับตามองที่สุดของตลาดโมโตครอสยุคใหม่



ความคิดเห็น


bottom of page