top of page
  • Facebook
  • TikTok
  • Instagram
  • Line
  • Youtube

Ducati ลุยตลาดจักรยานเต็มตัว เปิดไลน์อัปปี 2027 ทั้ง Road, Gravel และ e-MTB

รูปภาพนักเขียน: mediamotogroup
mediamotogroup
5 ก.ย.
ยาว 2 นาที

Ducati เดินหน้าขยายโลกของแบรนด์จากมอเตอร์ไซค์สู่จักรยานอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดตัวไลน์อัปใหม่สำหรับปี 2027 ที่ครอบคลุมตั้งแต่จักรยานเสือหมอบสายความเร็ว, Gravel สำหรับการเดินทางและทางฝุ่น ไปจนถึงจักรยานไฟฟ้า e-Enduro สมรรถนะสูง


จักรยานชุดใหม่นี้เปิดตัวภายในงาน International Bike Festival ที่เมือง Misano Adriatico ประเทศอิตาลี โดยพัฒนาขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่าง Ducati และ Gruppo Zecchetto ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบด้านการผลิต พร้อมนำองค์ความรู้จากธุรกิจจักรยานในเครืออย่าง DMT และ Alè Cycling มาผสานเข้ากับแนวคิดด้านสมรรถนะและดีไซน์ของ Ducati


สำหรับไลน์อัปปี 2027 มีทั้งหมด 4 รุ่นหลัก ได้แก่ Ducati Monoscocca, GraviaX, DM-160 R และ DM-170 RR ซึ่งแต่ละรุ่นถูกวางตำแหน่งให้ตอบโจทย์นักปั่นคนละสไตล์ แต่ยังคงคอนเซปต์เดียวกันคือ “Performance” หรือสมรรถนะเป็นหัวใจหลัก


Ducati Monoscocca เสือหมอบสาย Racing ที่เน้นใช้งานจริงได้ด้วย

Ducati Monoscocca คือจักรยาน Road Racing รุ่นใหม่ที่ใช้เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์แบบ Monocoque ผลิตในประเทศอิตาลีโดย Gruppo Zecchetto


จุดน่าสนใจคือ Ducati ไม่ได้วาง Monoscocca ให้เป็นจักรยานแข่งขันแบบสุดโต่งเพียงอย่างเดียว แต่พยายามสร้างสมดุลระหว่างความเร็ว การควบคุม และความสบายสำหรับการปั่นระยะไกล ทำให้เหมาะทั้งกับการฝึกซ้อม การแข่งขัน และการใช้งานจริง


รุ่นนี้มีให้เลือกทั้ง Monoscocca R, Monoscocca RR รวมถึงจำหน่ายเฉพาะชุดเฟรม

โดยรุ่นท็อป Monoscocca RR มาพร้อมชุดเกียร์ Shimano Dura-Ace Di2 และล้อ Vision Metron พร้อมน้ำหนักที่ Ducati ระบุว่าอยู่ที่ประมาณ 7.18 กิโลกรัม ในไซซ์ M และไม่รวมบันได


ถือเป็นตัวเลขที่บอกได้ชัดเจนว่า Ducati เอาจริงกับตลาดจักรยานเสือหมอบระดับ Performance มากกว่าการทำจักรยานออกมาเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์เพียงอย่างเดียว



GraviaX จักรยาน Gravel สำหรับคนที่ไม่อยากเลือกว่าจะปั่นทางเรียบหรือทางฝุ่น

อีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจคือ Ducati GraviaX ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นจักรยาน Gravel สำหรับคนที่ต้องการความอเนกประสงค์


ตัวรถใช้เฟรมคาร์บอน Monocoque และรองรับยางหน้ากว้างสูงสุด 50 มม. ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องเจอกับทางฝุ่น พื้นผิวขรุขระ หรือเส้นทางที่สภาพไม่สมบูรณ์ หากใช้งานร่วมกับระบบจานหน้าคู่ จะรองรับยางหน้ากว้างสูงสุด 45 มม.


GraviaX ยังถูกออกแบบให้รองรับสาย Bikepacking และการเดินทางไกลด้วย โดยมีจุดยึดสำหรับกระเป๋าและอุปกรณ์เสริมหลายตำแหน่ง รวมถึงช่องเก็บเครื่องมือที่ซ่อนอยู่ภายในท่อล่างของเฟรม

เรียกได้ว่าเป็นจักรยานที่ถูกวางคาแรกเตอร์ให้ไปได้ตั้งแต่ถนนลาดยางจนถึงเส้นทางผจญภัยเบาๆ โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Frameset และรุ่นประกอบสำเร็จ GraviaX R



DM-160 R e-Enduro สาย Trail เน้นไต่ เน้นเกาะ เน้นคุมรถ

ขยับมาที่จักรยานไฟฟ้า e-MTB ซึ่ง Ducati เปิดตัวพร้อมกันถึง 2 รุ่น


รุ่นแรกคือ DM-160 R ที่วางคาแรกเตอร์ไว้ในกลุ่ม Performance Trail เน้นประสิทธิภาพในการไต่ทางชัน การยึดเกาะ เสถียรภาพที่ความเร็วสูง และความสามารถในการผ่านอุปสรรคต่างๆ


ตัวรถใช้เฟรมคาร์บอนไฟเบอร์ ช่วงล่างหน้าระยะยุบ 160 มม. และใช้ล้อขนาด 29 นิ้วทั้งหน้าและหลัง

หัวใจสำคัญคือมอเตอร์ Avinox M2S รุ่นใหม่ ให้กำลังสูงสุดถึง 1,300 วัตต์ พร้อมแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร และเพิ่มได้ถึง 150 นิวตันเมตรใน Boost Mode


มอเตอร์ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ขนาด 800Wh ซึ่งถือว่าเป็นสเปกที่เหมาะกับการปั่น Trail ระยะไกล และเส้นทางที่ต้องการแรงช่วยจากมอเตอร์อย่างต่อเนื่อง



DM-170 RR ตัวแรงสาย Gravity และ Downhill

ส่วน DM-170 RR ถูกพัฒนาขึ้นมาสำหรับคนที่เน้นการขี่สาย Gravity มากกว่า

ระยะยุบช่วงล่างเพิ่มขึ้นเป็น 170 มม. พร้อมชุดล้อแบบ Mullet โดยใช้ล้อหน้า 29 นิ้ว และล้อหลัง 27.5 นิ้ว


การจัดเซ็ตแบบนี้ช่วยให้ด้านหน้ามีความมั่นคงและผ่านอุปสรรคได้ดี ขณะที่ล้อหลังขนาดเล็กกว่าช่วยเพิ่มความคล่องตัวในจังหวะเลี้ยว กระโดด หรือเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว


Ducati ระบุว่า DM-170 RR ถูกออกแบบให้เหมาะกับเส้นทางลาดชัน การกระโดด และการลงเขาที่หนักหน่วงกว่า DM-160 R


นอกจากนี้ยังได้อุปกรณ์ระดับสูงขึ้น ทั้งระบบกันสะเทือน Öhlins และชุดขับ SRAM GX Eagle AXS

แม้ DM-160 R และ DM-170 RR จะใช้มอเตอร์ Avinox M2S และแบตเตอรี่ 800Wh เหมือนกัน แต่ทั้งสองรุ่นไม่ได้ต่างกันแค่ระดับของอุปกรณ์เท่านั้น


ทั้งคู่ยังติดตั้งระบบ Flip Chip 3 จุด ซึ่งช่วยให้ผู้ขี่สามารถปรับลักษณะการทำงานของช่วงล่าง Geometry ของตัวรถ และรูปแบบชุดล้อได้ตามสไตล์การขี่



Ducati ยืนยัน ไม่ได้ทำแค่จักรยานติดโลโก้

อีกประเด็นที่ Ducati ต้องการสื่อชัดเจนคือ โปรเจกต์จักรยานชุดใหม่นี้ไม่ได้เกิดจากการนำโลโก้ Ducati ไปติดบนจักรยานสำเร็จรูปที่มีอยู่แล้ว


การพัฒนาและทดสอบมีนักกีฬาจักรยานระดับอาชีพเข้ามามีส่วนร่วมหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Elia Viviani, Vincenzo Nibali, Alessandro Petacchi และ Mattia Viel


ขณะที่ฝั่ง e-MTB ยังได้รับข้อมูลจาก Lorenzo Suding นักแข่งโมโตครอส ซึ่งช่วยสะท้อนแนวคิดของ Ducati ที่ต้องการเชื่อมโยงความรู้ด้านมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับโลกของจักรยานออฟโรด


จากมอเตอร์ไซค์สู่จักรยาน Performance

การเปิดตัวไลน์อัปปี 2027 ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Ducati กำลังเดินหน้าสร้างธุรกิจจักรยานอย่างจริงจังมากขึ้น


จากเดิมที่หลายคนอาจมองจักรยาน Ducati เป็นเพียงสินค้าสำหรับแฟนแบรนด์ แต่ไลน์อัปใหม่กลับครอบคลุมตั้งแต่ Road Racing, Gravel ไปจนถึง e-Enduro และยังมีสเปกกับเทคโนโลยีที่มุ่งไปยังนักปั่นสาย Performance อย่างชัดเจน


สำหรับแฟน Ducati ที่ชื่นชอบทั้งความเร็ว เทคโนโลยี และการออกแบบในสไตล์อิตาเลียน ปี 2027 อาจเป็นอีกปีที่โลโก้ Ducati ไม่ได้มีให้เห็นเฉพาะบนมอเตอร์ไซค์ แต่จะไปปรากฏบนเส้นทางจักรยานทั้งทางเรียบ ทางฝุ่น และเส้นทางภูเขามากขึ้นกว่าเดิม



ความคิดเห็น


bottom of page