Harley-Davidson Deadwood เปิดตัวอย่างเป็นทางการ
- mediamotogroup
- 5 วันที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

Harley-Davidson ได้เผยโฉม Harley-Davidson Deadwood อย่างเป็นทางการ หลังจากก่อนหน้านี้สร้างความสงสัยให้กับแฟน ๆ ด้วยการจดเครื่องหมายการค้าชื่อ Deadwood และ Low Bob โดยในเวลานั้นหลายคนคาดการณ์ว่า Deadwood อาจเป็นรถที่ใช้แพลตฟอร์ม Revolution Max ส่วน Low Bob จะเข้ามาอยู่ในตระกูล Softail แต่สุดท้าย Harley-Davidson ก็เลือกเดินเกมในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
Deadwood รุ่นใหม่ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของ Softail แต่ไม่ได้มาในสไตล์ครุยเซอร์โครเมียมจัดเต็มหรือรถทัวร์ริ่งเหมือนหลายรุ่นในปัจจุบัน หากกลับมาในลุค Bobber แบบเรียบง่าย ดิบ และมินิมอล ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการแต่งรถคัสตอมที่ Harley-Davidson มีส่วนสำคัญในการผลักดันมาตั้งแต่อดีต
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน Harley-Davidson ระบุว่าจะวางจำหน่ายเฉพาะใน สหรัฐอเมริกา เท่านั้น โดยยังไม่มีข้อมูลการทำตลาดในสหราชอาณาจักรหรือยุโรป
ใช้เครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 Classic
Deadwood ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ Milwaukee-Eight 117 Classic V-Twin ขนาด 1,923 ซีซี ระบายความร้อนด้วยอากาศและน้ำมัน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกับที่ใช้ในรถ Big Twin รุ่นปัจจุบันของ Harley-Davidson
แม้เครื่องยนต์จะเหมือนเดิม แต่ Harley-Davidson ปรับจูนใหม่ให้เน้นแรงบิดในรอบต่ำและรอบกลาง เพื่อการขับขี่ที่ใช้งานได้จริง มากกว่าการไล่ตัวเลขแรงม้าสูงสุด
ตัวเลขสมรรถนะที่ประกาศมีดังนี้
กำลังสูงสุด 98 แรงม้า
แรงบิดสูงสุด 163 นิวตันเมตร
แนวทางของ Deadwood จึงเน้นการบิดคันเร่งแล้วสัมผัสแรงดึงมหาศาลในทุกช่วงความเร็ว มากกว่าการแข่งขันอัตราเร่งจากไฟแดง
ดีไซน์ Bobber โรงงาน กลิ่นอายรถแต่ง
ในด้านรูปลักษณ์ Deadwood อยู่กึ่งกลางระหว่าง Street Bob และ Fat Bob แต่ถูกลดทอนรายละเอียดให้เรียบง่ายกว่าเดิม
จุดเด่นประกอบด้วย
เบาะนั่งเดี่ยว (Solo Seat)
บังโคลนหน้าหลังแบบสั้น
ล้อซี่ลวด
งานออกแบบเรียบง่าย เน้นโชว์ตัวรถ
ท่านั่งต่ำ และเส้นสายสไตล์ Bobber
ภาพรวมให้ความรู้สึกเหมือนรถคัสตอมที่สร้างขึ้นในอู่เล็ก ๆ แม้ว่าจะเป็นรถที่ผลิตจากโรงงานโดยตรง
เทคโนโลยีทันสมัย แม้รูปลักษณ์จะย้อนยุค
แม้ภายนอกจะเน้นความคลาสสิก แต่ระบบอิเล็กทรอนิกส์กลับจัดเต็มตามมาตรฐาน Harley-Davidson รุ่นใหม่ ประกอบด้วย
ระบบ Cornering ABS
ระบบควบคุมการลื่นไถลขณะเข้าโค้ง (Cornering Traction Control)
ระบบ Drag Torque Slip Control
ระบบตรวจวัดแรงดันลมยาง (TPMS)
โหมดการขับขี่ 3 รูปแบบ ให้ผู้ขับเลือกตามสไตล์การขี่และระดับการแทรกแซงของระบบอิเล็กทรอนิกส์
ชื่อ Deadwood มีความหมายมากกว่าที่คิด
ชื่อ Deadwood ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นชื่อเมืองเหมืองแร่เก่าแก่ในรัฐเซาท์ดาโคตา ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมือง Sturgis สถานที่จัดงานมอเตอร์ไซค์ระดับโลก Sturgis Motorcycle Rally
จึงถือเป็นชื่อที่สะท้อนความเป็นอเมริกันและตัวตนของ Harley-Davidson ได้อย่างชัดเจน
ปริศนา Low Bob ยังรอการเปิดเผย
การเปิดตัว Deadwood ยังเป็นการยืนยันว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าชื่อ Deadwood และ Low Bob เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียงการปกป้องสิทธิ์ทางการค้าเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่จริง
เมื่อ Deadwood ถูกเผยโฉมแล้ว เหลือเพียง Low Bob ที่ยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ยังไม่แน่ชัดว่า Low Bob จะเป็น Softail รุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่น หรือจะเป็นรถในแนวทางที่แตกต่างออกไป แต่หากดูจากแนวทางการตั้งชื่อรุ่นล่าสุดของ Harley-Davidson ก็คาดได้ว่าบริษัทน่าจะยังคงเดินหน้าสร้างรถที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็น Harley อย่างเต็มที่ต่อไป





























ความคิดเห็น