top of page
  • Facebook
  • TikTok
  • Instagram
  • Line
  • Youtube

Kawasaki Ninja H2 CARBON 2027 อัปเกรดใหญ่เครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ เตรียมลุยญี่ปุ่นปีหน้า

รูปภาพนักเขียน: mediamotogroup
mediamotogroup
27 ก.ย.
ยาว 2 นาที

Kawasaki เผยรายละเอียด Ninja H2 CARBON รุ่นปี 2027 ซูเปอร์ไบค์ขุมพลัง Supercharged ที่ครั้งนี้ไม่ได้เน้นแค่เรื่องพละกำลังสูงสุด แต่ปรับเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบไอเสีย และอิเล็กทรอนิกส์ใหม่หลายจุด เพื่อเพิ่มแรงบิดช่วงรอบต่ำ-กลางและทำให้พลังมหาศาลของ H2 ใช้งานได้ง่ายขึ้น พร้อมเตรียมทำตลาดญี่ปุ่นช่วงปี 2027



ย้อนกลับไปในปี 2015 การเปิดตัว Kawasaki Ninja H2 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของวงการมอเตอร์ไซค์ เพราะ Kawasaki นำระบบ Supercharger ที่พัฒนาขึ้นเองมาติดตั้งกับเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ โดยอาศัยองค์ความรู้จากหลายส่วนของ Kawasaki Heavy Industries ทั้งเทคโนโลยีกังหันก๊าซและอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ


กว่า 10 ปีหลังจากนั้น H2 ยังคงเป็นหนึ่งในโมเดลที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของ Kawasaki และสำหรับ Ninja H2 CARBON 2027 ค่ายเขียวเลือกที่จะพัฒนาแนวคิดเดิมให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่การตอบสนองของเครื่องยนต์และความง่ายในการควบคุมในสถานการณ์ใช้งานจริง



ปรับเครื่อง Supercharged ใหม่ เน้นแรงบิดช่วง 4,000–7,000 รอบ

หัวใจของ Ninja H2 CARBON 2027 ยังคงเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 998 ซีซี DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อม Supercharger


แต่สำหรับโมเดลปี 2027 Kawasaki ให้ความสำคัญกับการปรับคาแรกเตอร์ของเครื่องยนต์ โดยเฉพาะช่วง 4,000–7,000 รอบต่อนาที เพื่อให้ผู้ขี่สัมผัสแรงดึงจาก Supercharger ได้อย่างชัดเจน และมีแรงบิดที่ตอบสนองได้ดีขึ้นในช่วงรอบต่ำถึงกลาง


ภายในเครื่องยนต์มีการปรับรายละเอียดหลายจุด ตั้งแต่รูปทรงหัวลูกสูบ ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพทางความร้อน เพื่อดึงพละกำลังออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ฝั่งของ Supercharger เองก็มีการออกแบบ Impeller ใหม่ ปรับมุมทางเข้าของใบพัดเพื่อลดอุณหภูมิอากาศไอดีและช่วยลดโอกาสการเกิดอาการน็อก


ขณะเดียวกัน Intake Chamber ถูกลดความจุจาก 6 ลิตร เหลือ 5 ลิตร และลดขนาดลิ้นปีกผีเสื้อจาก 50 มม. เหลือ 46 มม. รวมถึงปรับพอร์ตไอดี-ไอเสียและ Cam Profile ใหม่


เป้าหมายคือการหาจุดสมดุลระหว่าง แรงบิดที่มาไวในช่วงรอบต่ำ-กลาง กับอัตราเร่งที่ยังคงจัดจ้านในช่วงรอบสูง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ H2 เจเนอเรชันล่าสุด



อัตราทดสั้นลง เร่งติดมือมากขึ้น

ไม่ได้เปลี่ยนเฉพาะตัวเครื่องยนต์ เพราะระบบส่งกำลังก็ถูกปรับให้เข้ากับคาแรกเตอร์ใหม่ด้วย

Kawasaki เปลี่ยนอัตราทดขั้นสุดท้ายจากเดิม 2.444 เป็น 2.588 หรือพูดง่ายๆ คือปรับอัตราทดให้สั้นลง เพื่อช่วยให้การตอบสนองเมื่อเปิดคันเร่งและอัตราเร่งมีความกระฉับกระเฉงมากขึ้น

ระบบไอเสียก็ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด ทั้งขนาดและการจัดวางท่อ โดยยกเลิก Pre-silencer Chamber แบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ท่อรวมที่ยาวขึ้น พร้อม Catalytic Converter ขนาดใหญ่และหม้อพักที่มีขนาดกะทัดรัดกว่าเดิม


ความจุหม้อพักลดจาก 10 ลิตร เหลือ 8.8 ลิตร พร้อมขยับตำแหน่งเข้าใกล้ศูนย์กลางตัวรถมากขึ้น เพื่อช่วยเรื่อง Mass Centralization หรือการรวมมวลเข้าสู่ศูนย์กลางของตัวรถ ขณะเดียวกันยังช่วยรักษามุมเอียงขณะเข้าโค้ง


ครั้งแรกของ Kawasaki กับ Brembo Hypure

พื้นฐานตัวรถยังคงความเป็น H2 ด้วย Trellis Frame ทำงานร่วมกับสวิงอาร์มแบบแขนเดี่ยว

ระบบกันสะเทือนด้านหน้าใช้ KYB AOS-II ส่วนด้านหลังเป็น Öhlins TTX36 ขณะที่ระบบเบรกหน้าได้รับการอัปเกรดด้วยคาลิเปอร์ Brembo Hypure ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ Kawasaki นำคาลิเปอร์รุ่นนี้มาใช้งาน


จุดเด่นของ Hypure อยู่ที่โครงสร้างซึ่งให้ทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบา รวมถึงประสิทธิภาพในการจัดการความร้อน เพื่อรักษาความสม่ำเสมอของแรงเบรกและช่วยให้ผู้ขี่ควบคุมการเบรกได้อย่างแม่นยำ



เพิ่ม Cruise Control พร้อม KTRC 5 ระดับ

Ninja H2 CARBON 2027 ยังได้รับการอัปเกรดระบบอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายรายการ

ระบบ KTRC – Kawasaki Traction Control สามารถปรับได้ 5 ระดับ ขณะที่ Integrated Riding Mode ซึ่งทำงานร่วมกันระหว่าง Traction Control และ Power Mode มีให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Road, Rain และ Rider


ระบบ Quick Shifter ยังคงรองรับทั้งการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นและลง แต่รอบเครื่องยนต์ขั้นต่ำที่ระบบเริ่มทำงานถูกลดจากเดิม 2,500 รอบต่อนาที ลงมาเหลือเพียง 1,500 รอบต่อนาที


อีกหนึ่งอุปกรณ์ใหม่ที่น่าสนใจคือ Cruise Control ซึ่งถูกเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยรักษาความเร็วตามที่กำหนดโดยอัตโนมัติ ลดความเหนื่อยล้าของผู้ขี่เมื่อต้องเดินทางระยะไกล


จึงเห็นได้ชัดว่า H2 รุ่นใหม่นี้ไม่ได้ถูกพัฒนาโดยมองเพียงตัวเลขสมรรถนะ แต่ยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานจริงมากขึ้นด้วย


หน้าจอ TFT สไตล์ HUD เครื่องบิน

ชุดมาตรวัดยังคงใช้เอกลักษณ์แบบผสมระหว่างมาตรวัดรอบ Analog กับ TFT Color Display โดยมีรูปแบบการแสดงผลให้เลือก 2 แบบ


หนึ่งในนั้นได้รับแรงบันดาลใจจาก Head-Up Display หรือ HUD ของเครื่องบิน สามารถแสดงข้อมูลต่างๆ แบบกราฟิก ไม่ว่าจะเป็นมุมเอียงของตัวรถ มุม Pitch และแรงดันบูสต์จาก Supercharger

พร้อมรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านแอป RIDEOLOGY THE APP MOTORCYCLE



CARBON ก็ต้องมีคาร์บอน

ตามชื่อ Ninja H2 CARBON แฟริ่งส่วนบนผลิตจากวัสดุ CFRP หรือ Carbon Fiber Reinforced Plastic


สีตัวรถเป็น Mirror Coated Spark Black พร้อมปรับเทคนิคสี Silver Mirror อันเป็นเอกลักษณ์ของ Kawasaki ด้วยการเปลี่ยนขนาดและปริมาณอนุภาคสะท้อนแสง เพื่อเพิ่มมิติและความเป็น Metallic ให้กับพื้นผิวมากขึ้น


ล้อก็มีลูกเล่นใหม่ด้วยเทคนิค Water Transfer Printing ซึ่ง Kawasaki ระบุว่าเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ โดยด้านขวาของล้อจะมีกราฟิกไล่เฉดสีเขียวพร้อมโลโก้ Ninja เพิ่มความพิเศษให้กับรุ่น CARBON



200 PS และ Ram Air ขยับเป็น 209 PS

ข้อมูลสเปกเวอร์ชันยุโรประบุว่า เครื่องยนต์ 998 ซีซี Supercharged ให้กำลังสูงสุด 200 PS ที่ 11,000 รอบต่อนาที และเพิ่มเป็น 209 PS ที่ 11,000 รอบต่อนาที เมื่อมีแรงดัน Ram Air

แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 135 นิวตันเมตร ที่ 8,500 รอบต่อนาที


ตัวรถมีน้ำหนัก 238 กิโลกรัม เบาะสูง 825 มม. ถังน้ำมันความจุ 17 ลิตร ล้อหน้าสวมยาง 120/70ZR17 และด้านหลังขนาดใหญ่ถึง 200/55ZR17


เบรกหน้าเป็นดิสก์คู่ขนาด 330 มม. ส่วนด้านหลังเป็นดิสก์เดี่ยวขนาด 250 มม.


H2 รุ่นใหม่ไม่ได้ไล่แค่แรงม้าสูงสุด

สิ่งที่น่าสนใจของ Kawasaki Ninja H2 CARBON 2027 คือทิศทางการพัฒนาที่ไม่ได้มุ่งเพิ่มตัวเลขแรงม้าสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่เลือกปรับรายละเอียดหลายส่วนเพื่อทำให้พลังจากเครื่องยนต์ Supercharged สามารถนำมาใช้งานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น


ตั้งแต่แรงบิดช่วงรอบต่ำ-กลาง การตอบสนองของ Supercharger อัตราทดใหม่ ระบบไอเสียที่กะทัดรัดขึ้น ไปจนถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์และ Cruise Control


ทั้งหมดทำให้ H2 รุ่นปี 2027 ยังคงความเป็นรถที่มีคาแรกเตอร์สุดขั้ว แต่ในขณะเดียวกันก็ดูเหมือนว่า Kawasaki ต้องการทำให้ผู้ขี่สามารถเข้าถึงสมรรถนะของมันได้ง่ายและหลากหลายกว่าเดิม

Kawasaki Ninja H2 CARBON 2027 มีกำหนดเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นประมาณช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 โดยรถเวอร์ชันญี่ปุ่นจะติดตั้ง ETC2.0 มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนราคาและรายละเอียดสเปกฉบับสมบูรณ์ Kawasaki จะประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง


ส่วนตลาดประเทศไทยจะมีโอกาสได้เห็น Ninja H2 CARBON 2027 หรือไม่ ต้องติดตามข้อมูลจาก Kawasaki ประเทศไทยกันต่อไป


Kawasaki Ninja H2 CARBON 2027 เวอร์ชันยุโรป

รายการ

สเปก

ขนาด ยาว × กว้าง × สูง

2,085 × 770 × 1,125 มม.

ระยะฐานล้อ

1,455 มม.

ระยะห่างจากพื้น

130 มม.

ความสูงเบาะ

825 มม.

น้ำหนักรถ

238 กก.

เครื่องยนต์

4 สูบเรียง DOHC 4 วาล์วต่อสูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ

ความจุ

998 ซีซี

กระบอกสูบ × ช่วงชัก

76.0 × 55.0 มม.

อัตราส่วนกำลังอัด

10.2:1

กำลังสูงสุด

147.1 kW (200 PS) ที่ 11,000 รอบ/นาที

กำลังสูงสุดเมื่อมี Ram Air

154 kW (209 PS) ที่ 11,000 รอบ/นาที

แรงบิดสูงสุด

135 Nm (13.8 kgf·m) ที่ 8,500 รอบ/นาที

ความจุถังน้ำมัน

17 ลิตร

ระบบเกียร์

6 สปีด

มุม Caster

24.5°

ระยะ Trail

103 มม.

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

5.9 ลิตร/100 กม.

ยางหน้า

120/70ZR17M/C (58W)

ยางหลัง

200/55ZR17M/C (78W)

เบรกหน้า

ดิสก์คู่ 330 มม.

เบรกหลัง

ดิสก์เดี่ยว 250 มม.



ความคิดเห็น


bottom of page