KTM เปิดตัว 1390 Super Duke RR เวอร์ชันพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก
- mediamotogroup
- 19 เม.ย.
- ยาว 1 นาที

KTM เดินเกมยกระดับซูเปอร์เนคเก็ตตัวท็อปด้วยการเปิดตัว 1390 Super Duke RR เวอร์ชันพิเศษ ที่ถูกปรับให้ “คมขึ้น เบาขึ้น และล้ำขึ้น” โดยผลิตจำนวนจำกัดเพียง 350 คันทั่วโลก
ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดของรุ่น RR คือโทนสีใหม่ ใช้พื้นสีขาวตัดกับลายเส้นสีน้ำเงินแบบดุดัน ขณะที่โครงถัก Trellis สีส้มอันเป็นเอกลักษณ์ของ KTM ยังคงอยู่ พร้อมอัปเกรดล้อใหม่เป็นแบบ Forged 7 ก้าน แทนล้ออลูมิเนียมหล่อ 5 ก้านของรุ่นปกติ
ขุมพลังยังคงใช้เครื่องยนต์ LC8 V-Twin ขนาด 1,350cc ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุดประมาณ 187 แรงม้า และแรงบิดราว 145 นิวตันเมตร เทียบเท่ารุ่น Super Duke R แต่เพิ่มท่อไอเสีย Akrapovič จากโรงงาน พร้อมปลายคาร์บอนไฟเบอร์
เทคโนโลยีพื้นฐานยังจัดเต็มเหมือนเดิม ทั้งระบบวาล์วแปรผัน (Variable Valve Timing) และคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire ที่รองรับโหมดการขี่หลากหลาย รวมถึงโหมดใหม่ “Beast” จุดโฟกัสหลักของรุ่น RR ไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มแรงม้า แต่เป็นการ “ลดน้ำหนัก” โดย KTM สามารถลดน้ำหนักลงจากรุ่นปกติได้ถึง 11 กิโลกรัม ทำให้น้ำหนักตัวรถเหลือเพียง 189 กิโลกรัม (ไม่รวมน้ำมัน 17.5 ลิตร) ส่งผลให้การควบคุมคล่องตัวขึ้นทั้งบนถนนและในสนาม การลดน้ำหนักนี้มาจากการใช้ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์หลายจุด เช่น ชุดท้าย เบาะหลัง ฝาครอบสเตอร์หน้า และแผ่นกันส้นเท้าในชุดพักเท้า Gilles
ด้านระบบเบรก อัปเกรดเป็น Brembo Hypure แบบเรเดียลรุ่นใหม่ ที่เปิดตัวครั้งแรกใน Ducati Panigale V4S ปี 2025 ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 320 มม. ด้านหน้า และ 240 มม. ด้านหลัง ตัวรถยังติดตั้งชิ้นส่วนสายสนาม เช่น บังโคลนหน้าคาร์บอน พร้อมช่องดักลมระบายความร้อน ชุดยาง Michelin Power Cup 2 สำหรับ Trackday รวมถึงสามารถถอดชุดป้ายทะเบียนท้ายเพื่อใช้ในสนามได้

ช่วงล่างมาในสไตล์ “แมนนวลเพียวๆ” ใช้โช้คหน้า WP Pro แบบ Closed Cartridge ปรับได้เต็มระบบ ทั้ง Preload, Compression และ Rebound จับคู่กับโช้คหลัง WP Monoshock ที่ปรับได้ละเอียดเช่นกัน โดยมีระยะยุบ 130 มม. หน้า และ 140 มม. หลัง แม้จะไม่มีช่วงล่างไฟฟ้าแบบ Evo เพื่อช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังคงเข้าถึงการปรับตั้งได้ง่ายจากตำแหน่งโช้คหลังใต้ชุดท้ายที่ออกแบบมาให้ใช้งานสะดวก
ในด้านอิเล็กทรอนิกส์ KTM อัปเกรดหน้าจอใหม่เป็น TFT ขนาด 8.8 นิ้ว แนวนอน รองรับการสัมผัสได้ทั้งใส่ถุงมือและไม่ใส่ พร้อมติดตั้ง Tech Pack แบบจัดเต็มจากโรงงาน ไม่ว่าจะเป็น Quickshifter ขึ้น-ลง, Cruise Control, Adaptive Brake Light และระบบ Motor Slip Regulation ช่วยป้องกันล้อล็อกตอนเชนเกียร์ลงหนักๆ เมื่อเข้าสู่โหมด Track ยังสามารถแสดงข้อมูล Lap Timer และ Telemetry ได้แบบสายสนามจริงจัง
อีกหนึ่งไฮไลต์คือ “Beast Mode” โหมดที่ตัดการช่วยเหลือออกเหลือน้อยที่สุด และแสดงข้อมูลบนหน้าจอเฉพาะความเร็วเท่านั้น เพื่อให้ผู้ขี่ได้สัมผัสฟีลลิ่งดิบที่สุดของ Super Duke ก่อนหน้านี้ KTM ได้ส่งสัญญาณผ่านการเปิดไลน์อัพรถ Naked ปี 2026 ว่าจะมีเซอร์ไพรส์เพิ่มเติมในเดือนเมษายน และตอนนี้เราได้เห็น RR แล้วหนึ่งรุ่น แต่ก็มีแนวโน้มว่ายังมีโมเดลใหม่อื่นๆ ตามมาอีกในเร็วๆ นี้
ทั้งหมดนี้สะท้อนชัดว่า แม้ KTM จะอยู่ภายใต้การบริหารใหม่ของ Bajaj Auto แต่ทิศทางของรถสายโหด เครื่องแรง และ DNA แบบ “The Beast” ยังไม่หายไปไหนแน่นอน










ความคิดเห็น