Royal Enfield เปิดโลก EV! Flying Flea C6 ไฟฟ้าล้วน เบา 124 กก. วิ่งได้ราว 96 กม./ชาร์จ
Royal Enfield เดินหน้าเข้าสู่ยุคมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างจริงจังกับ Flying Flea C6 รถไฟฟ้ารุ่นแรกภายใต้แบรนด์ Flying Flea ที่ผสมดีไซน์คลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมวางตำแหน่งเป็นมอเตอร์ไซค์สำหรับการเดินทางในเมือง

ชื่อ Flying Flea มีประวัติย้อนกลับไปถึงช่วงทศวรรษ 1940 เมื่อ Royal Enfield มีรถเครื่องยนต์ 2 จังหวะ 125 ซีซี ที่โดดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและความทนทาน จนสามารถนำขึ้นเครื่องบินและปล่อยลงสู่พื้นที่ด้วยร่มชูชีพในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ หลายสิบปีต่อมา ชื่อนี้ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง แต่เปลี่ยนจากเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
เน้นเบา คล่อง และเกิดมาเพื่อเมือง
Flying Flea C6 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทดแทนรถเครื่องยนต์สันดาปสำหรับการเดินทางไกล แต่ Royal Enfield วางแนวคิดให้เป็น Urban Electric Motorcycle สำหรับการเดินทางระยะสั้น เช่น ขี่ไปทำงาน ไปเรียน ซื้อของ แวะคาเฟ่ หรือเดินทางในชีวิตประจำวัน ข้อความที่วาง (1)
ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 124 กิโลกรัม ใช้ล้อขนาด 19 นิ้ว พร้อมยาง CEAT 90/90 ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จุดประสงค์หลักคือทำให้รถควบคุมง่ายและคล่องตัวในสภาพการจราจรของเมือง

0–80 กม./ชม. ราว 4 วินาที
ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 20 bhp และกำลังต่อเนื่อง 11 bhp โดย Royal Enfield ระบุว่าสามารถเร่งจาก 0–50 mph หรือประมาณ 0–80 กม./ชม. ในเวลาราว 4 วินาที
ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 70 mph หรือ 113 กม./ชม. ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับรูปแบบการใช้งานในเมืองตามคอนเซปต์ของรถ
Flying Flea C6 ใช้แบตเตอรี่ขนาด 3.91 kWh แบบติดตั้งถาวร ไม่สามารถถอดออกมาชาร์จแยกได้ โดยเคลมระยะทางใช้งานแบบผสมมากกว่า 60 ไมล์ หรือประมาณ 96 กิโลเมตรต่อการชาร์จ
การชาร์จจาก 20–80% ด้วยระบบไฟบ้าน 240V ใช้เวลามากกว่า 1 ชั่วโมงเล็กน้อย และตัวรถติดตั้ง Onboard Charger มาให้

ออปชันไม่ธรรมดา
อีกหนึ่งไฮไลต์ของ C6 คือเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาให้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น Cruise Control, Traction Control, Cornering ABS, Wireless Phone Charging, Google Maps Navigation และ Riding Mode 5 รูปแบบ ได้แก่ Sport, Road, City/Eco, Rain และ Custom
ผู้ขี่ยังสามารถปรับระดับ Regenerative Braking รวมถึงตั้งค่าการตอบสนองของรถผ่านหน้าจอหรือ Flying Flea App ได้
หน้าจอเป็น TFT ทรงกลมแบบ Touchscreen พร้อมระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง และแสดงข้อมูลเกี่ยวกับแบตเตอรี่

ดีไซน์ Girder Fork คือพระเอก
หากมองจากภายนอก จุดที่ดึงสายตาที่สุดคงหนีไม่พ้นระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Girder Fork ผลิตจากอะลูมิเนียมฟอร์จสองชิ้น ทำงานร่วมกับชุด Scissor Linkage และโช้กขนาดเล็กสองตัว
ตัวเฟรมอะลูมิเนียมถูกออกแบบให้โอบรอบกล่องแบตเตอรี่แมกนีเซียมที่มีครีบระบายความร้อน ขณะที่สวิงอาร์มก็ใช้อะลูมิเนียมแบบสองชิ้นเช่นเดียวกัน
ระบบส่งกำลังสุดท้ายเลือกใช้ สายพาน ซึ่งไม่ต้องหล่อลื่นเหมือนโซ่ มีเสียงการทำงานต่ำ และตามข้อมูลในบทความระบุว่าอายุการใช้งานคาดว่าจะไม่น้อยกว่า 30,000 ไมล์ หรือประมาณ 48,000 กิโลเมตร

ราคา £5,300 และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
Flying Flea C6 เปิดราคาในสหราชอาณาจักรที่ 5,300 ปอนด์ หรือเงินไทยราวๆ 234,197 บาท โดย Siddhartha Lal ประธานบริหารของ Eicher Motors บริษัทแม่ของ Royal Enfield ระบุถึงแนวทางว่า รถรุ่นนี้ไม่ได้ถูกทำขึ้นเพื่อเป็นสินค้าขาดทุน แต่ก็ไม่ได้มุ่งสร้างอัตรากำไรสูงตั้งแต่ช่วงแรก เป้าหมายสำคัญคือการสร้างผลิตภัณฑ์และตลาดมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าขึ้นมาในระยะยาว
และ C6 จะไม่ใช่ Flying Flea เพียงรุ่นเดียว เพราะ Royal Enfield ยืนยันว่ามีรถรุ่นอื่นตามมา รวมถึง Flying Flea S6 ที่จะมาในแนวทาง Scrambler
สำหรับตลาดประเทศไทย ยังไม่ได้มีการระบุกำหนดการจำหน่ายหรือราคาอย่างเป็นทางการ ดังนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปว่า Royal Enfield Flying Flea C6 จะมีโอกาสเข้ามาทำตลาดบ้านเราหรือไม่ และหากมาจริง ราคาจะถูกวางไว้ในระดับไหนครับ









ความคิดเห็น