Triumph Originals 2026 เปิดศึก 7 ประเทศ ประชัน Scrambler คัสตอมสุดจัดในธีม “Time Capsule”

Triumph Originals 2026 กลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันสร้างรถคัสตอมจากตระกูล Scrambler โดยปีนี้รวมทีมจาก 7 ประเทศ ได้แก่ แคนาดา จีน ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา มาประชันไอเดียกันภายใต้ธีม “Time Capsule” หยิบเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของ Scrambler มาตีความใหม่ในแบบของตัวเอง
ความน่าสนใจคือทั้ง 7 ทีมไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันเลย มีตั้งแต่ Supermoto ไซซ์ใหญ่, Desert Rally, Dirt Bike ไปจนถึง Scrambler ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถของ US Forest Service เรียกได้ว่าแต่ละคันมีคาแรกเตอร์ชัดเจนมาก
“Time Capsule” ย้อนประวัติศาสตร์ Scrambler แล้วเล่าใหม่ในปี 2026
ก่อนคำว่า Scrambler จะกลายมาเป็นชื่อเรียกมอเตอร์ไซค์สไตล์หนึ่งอย่างทุกวันนี้ ย้อนกลับไปในอดีต นักขี่มักนำรถมอเตอร์ไซค์สำหรับถนนมาดัดแปลงเพื่อให้สามารถออกไปลุยบนเส้นทางที่สมบุกสมบันมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการยกตำแหน่งท่อไอเสียให้สูงขึ้น เปลี่ยนแฮนด์ให้กว้าง ติดตั้งยางและอุปกรณ์ที่เหมาะกับทางฝุ่น จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ของรถสไตล์ Scrambler
โจทย์ของ Triumph Originals 2026 จึงให้แต่ละทีมเลือกช่วงเวลาหรือเรื่องราวจากประวัติศาสตร์เหล่านั้น แล้วนำกลับมาตีความใหม่ โดยใช้ Triumph Scrambler รุ่นปัจจุบันเป็นพื้นฐานในการสร้างรถแบบ One-Off
แคนาดา จับ Scrambler 1200 XE ทำ Supermoto ไซซ์ยักษ์
หนึ่งในผลงานที่สะดุดตาคือทีม Motos Illimitées จากแคนาดา ที่เลือก Triumph Scrambler 1200 XE มาสร้างใหม่ด้วยแนวคิดว่า ถ้า Triumph ทำ Supermoto เครื่องใหญ่ขึ้นมาสักคัน มันจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร?
ตัวรถถูกเปลี่ยนมาใช้ล้อขนาด 17 นิ้วจาก Thruxton RS พร้อมจานเบรก Wave จาก Moto-Master เสริมด้วยท่อไอเสีย Zard แบบคัสตอม และพักเท้าสไตล์ Motocross
จาก Scrambler 1200 XE สายลุย จึงกลายเป็น Supermoto ไซซ์ใหญ่ที่ดูพร้อมซัดทางดำแบบเต็มตัว
จีน ย้อนกลับไปหา TR7T Tiger Trail ปี 1981
ทางด้าน BVL Garage จากประเทศจีน เลือกใช้ Scrambler 900 เป็นพื้นฐาน โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Triumph TR7T Tiger Trail ปี 1981
จุดเด่นอยู่ที่ตัวรถสีเหลืองสดตัดกับเฟรมสีขาว พร้อมปรับแต่งระบบกันสะเทือนใหม่ และเพิ่มความทันสมัยด้วยชิ้นส่วนโลหะบางรายการที่ผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยี 3D Printing กลายเป็นการนำดีไซน์และกลิ่นอายจากยุค 80 มาผสมกับเทคโนโลยีการผลิตในปัจจุบันได้อย่างลงตัว
อิตาลี เปลี่ยน Scrambler 400 XC เป็น Dune 400 สาย Desert Rally
อีกคันที่น่าสนใจมาจาก South Garage ประเทศอิตาลี ซึ่งเลือก Scrambler 400 XC มาสร้างเป็นรถที่มีชื่อว่า Dune 400
แนวคิดของรถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน Desert Rally แต่ความน่าสนใจคือทีมไม่ได้ต้องการสร้างรถโชว์ที่สวยอย่างเดียว
Dune 400 ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานจริง รวมถึงแนวคิดที่สามารถนำไปต่อยอดหรือสร้างตามได้ ไม่ใช่งานคัสตอมที่ซับซ้อนจนรถแทบไม่สามารถนำออกไปใช้งานได้
จึงยังคงรักษาคาแรกเตอร์สำคัญของ Scrambler เอาไว้ นั่นคือความสนุกและความพร้อมที่จะออกไปลุยจริง
สหรัฐฯ มาแนว US Forest Service
ข้ามมาฝั่งสหรัฐอเมริกา ผลงานถูกสร้างโดย Triumph Columbia River จากพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ซึ่งเลือก Scrambler 1200 X มาเป็นพื้นฐาน
แรงบันดาลใจของรถคันนี้มาจากการเดินทางผจญภัยในพื้นที่ Pacific Northwest ผสมผสานกับภาพลักษณ์ของรถจาก US Forest Service รวมถึง Smokey Bear คาแรกเตอร์ชื่อดังที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ป้องกันไฟป่าในสหรัฐฯ จึงทำให้ Scrambler 1200 X คันนี้มีกลิ่นอายของรถเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ผสมกับความเป็นมอเตอร์ไซค์ Adventure และ Scrambler เข้าไว้ด้วยกัน
ฝรั่งเศส สเปน และอังกฤษ ก็มีแนวทางของตัวเอง
อีกสามประเทศที่เหลืออย่าง ฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ต่างนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของ Scrambler ออกมาแตกต่างกัน
หนึ่งในนั้นคือผลงาน Red Dust จาก FCR Original ที่เน้นคาแรกเตอร์ของรถพร้อมลุยทางฝุ่น ขณะที่ผลงานจาก Stockwell Design เลือกแนวทางที่ต่างออกไป ด้วยการตั้งใจสร้างพื้นผิวและรายละเอียดของรถให้ดูเก่าและผ่านการใช้งาน
คอนเซ็ปต์คือการจินตนาการว่ารถคันนี้ผ่านการเดินทางรอบโลกมานานหลายสิบปี ร่องรอยต่างๆ บนตัวรถจึงไม่ได้เป็นตำหนิ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวและคาแรกเตอร์ของรถ ไม่ได้วัดกันแค่ความสวย แต่ดูทั้งฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ การตัดสิน Triumph Originals 2026 ไม่ได้พิจารณาเพียงว่าคันไหนสวยที่สุด เพราะ Triumph วางเกณฑ์การประเมินเอาไว้หลายด้าน ทั้ง สไตล์ งานฝีมือ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ตั้งแต่ Supermoto, Desert Rally, Dirt Bike ไปจนถึงสาย Adventure แบบ US Forest Service
แล้วถ้าให้เลือก Triumph Scrambler ทั้ง 7 คันนี้กลับบ้านได้เพียงคันเดียว คุณจะเลือกคันไหน?









ความคิดเห็น